วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

What makes a good online learning candidate?


Taking courses online sounds like an exciting alternative to traditional face-to-face classes, however, online classes are not right for everyone. Online classes are very different from traditional classes in terms of the nature of class interaction, the presentation of materials and the overall learning experience. Even if you are an excellent student in traditional classes, you may find online classes not compatible with your learning style. Or, you may find that you don't have the essential computer skills to take courses online. Therefore, before you enroll in any online classes, make sure that online learning is right for you and you are ready for it. Taking the survey below may help you to decide.
1. I am self-disciplined. I can work on my own and not be easily distracted.
2. I am self-motivated to learn. I don't need stimulus from other students or being face to face with my instructor to motivate myself.
3. I have the time-management skills to balance online coursework with my professional and personal responsibilities.
4. I am willing to commit my time and effort to online courses (10 hours and up per week per course).
5. I have good writing and communication skills.
6. I find that I can take the time to organize my thoughts better when I write than when I talk.
7. I have good reading skills. I can read a book to learn how to do something.
8. I feel comfortable discussing issues and asking questions in an open forum.
9. I have strategies to get the most from the course study materials such as text book, study guide, syllabus, etc.
10. I can benefit from direct instructor feedback.
11. I like to have the freedom to choose when I attend class and when I study.
If you responded "yes" to nine or more of these statements, you probably have the necessary skills to succeed in an online class. If you responded "yes" to between six and nine of these statements, you may consider taking a blended course, instead of a completely online one. If you responded "yes" to less than six statements, you may want to consider taking a traditional classroom-delivered course.

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Developing Self-discipline การมีวินัยในตนเอง

จากเว็บไซด์ Developing self-discipline: http://www.studygs.net/discipline.htm

การมีวินัยในตนเองสามารถพิจารณาจากการฝึก การสร้างนิสัยของความคิดใหม่ การกระทำ การพูดเพื่อให้พัฒนาตนเองและเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
จัดเวลาเพื่อให้กับการทำงาน/การบ้านในแต่ละวัน ฝึกทำงานในเวลาว่าง ๆ
•จัดเวลาให้กับการเรียนตอนเช้าหนึ่งครั้งและตอนเย็นอีกหนึ่งครั้ง
•งานทีทำไม่ควรให้เกิน 15 นาที
•รอให้ตารางเวลาแน่ชัดแล้วค่อยเริ่มทำงาน
•ยึดตารางเวลาให้คงที่อย่างน้อย 2 เดือน
(ข้อดีคือ การจัดเวลาช่วยให้มุ่งไปที่การทำงานเป็นอันดับแรก โดยสำคัญที่การเริ่มทำงานมากกว่าการเสร็จสิ้นของงาน สามารถหลีกเลี่ยงการผลัดวันประกันพรุ่งได้)
•จัดเวลาทำงานและให้ปฏิบัติตามตารางอย่างเคร่งครัด
•บันทึกความคืบหน้าในการทำงาน (ข้อดีคือ ทำให้รู้ว่าการทำงานในชิ้นนั้น ๆ ใช้เวลาไปเท่าไหร่กว่าจะสำเร็จ)
•หากคุณเริ่มมีเวลาว่างมากขึ้นให้เอาเวลานั้นไปทำงานง่าย ๆ จดบันทึกไว้ วางแผนงานอื่น ๆ

ตัวกำหนดกิจวัตรประจำวัน
•จัดสรรค์เวลาให้กับการทำงานชิ้นนั้น ๆ
•รักษาเวลาไว้
•อย่าตั้งเป้าหมายอื่นเกินกว่าที่เวลาจะมีให้ ตั้งเพียงสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตร
•นำเทคนิคนี้ไปใช้กับการทำการบ้านหรือโครงงาน (ข้อดีคือ การบริหารจัดการเวลาสามารถจัดการกับงานที่ท่วมท้นได้ ไม่ใช่ทำเสร็จได้เพียงแค่ครั้งเดียว
ใช้การมีวินัยในตนเองเพื่อจัดการบริหารเวลา (ข้อดีคือ ขณะที่คุณบริหารจัดการกับการทำงานคุณได้สร้างวินัยในตนเองด้วย ขณะที่คุณสร้างวินัยในตนเอง คุณได้บริหารเวลาด้วย และขณะที่คุณบริหารเวลาคุณได้สร้างความมั่นใจในตนเองด้วย)

สมุดบันทึกวินัยในตนเอง
•บันทึกเวลาเริ่มทำและเวลาเสร็จงาน
•ทบทวนผลย้อนกลับบนความก้าวหน้าของงาน (ข้อดีคือ สมุดบันทึกนี้เป็นเครื่องมือที่มีค่าที่จะได้ภาพเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำดีกว่า และได้รู้ว่าอะไรสำคัญหรือไม่สำคัญในการใช้เวลาของคุณ

จัดตารางวันทำงานและการเรียนของคุณ
•วันไหนที่คุณเริ่มทำงาน ให้คุณจดบันทึกลงไปและจดสิ่งที่ต้องการทำให้เสร็จภายในวันนั้นด้วย
•จัดลำดับของรายการที่ทำ
•เริ่มงานที่สำคัญที่สุดก่อน
•ทดลองทำสองสามวันก่อนดูว่าได้ผลกับคุณหรือไม่
•รูปแบบนิสัยเป็นเวลานาน: จำนวนเวลาเท่าไหร่ที่ใช้ไปกับตัวคุณและนิสัย (ข้อดีคือ เริ่มต้นจากงานง่าย ๆ และเปลี่ยนเป็นยากขึ้นเมื่อคุณคิดว่าสามารถทำได้ เขียนหรือจดบันทึกสิ่งที่ทำสำเร็จในแต่ละวัน)


ความท้อแท้ใจ
•หากเจอปัญหาอย่าท้อแท้หรือหมดหวัง
•หากคุณทำผิดพลาดให้คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ
•หยุดพักแล้วค่อยเริ่มทำอีกครั้งเมื่อมีกำลังใจ

เคล็ดลับ
•สร้างนิสัยใหม่โดยเพิ่มเติมจากนิสัยเดิม เช่น ก่อนคุณจะดื่มกาแฟ ก็เพิ่มการเขียนหรือทำงานในระหว่างการดื่มไปด้วย (ข้อดีคือ สัมพันธ์กับสิ่งที่ทำเป็นประจำอยู่แล้วจึงไม่แตกต่างอะไร)
•ทำสัญลักษณ์ความคืบหน้าในการทำงานบนปฏิทินในห้องน้ำ ในคอมพิวเตอร์ ในโต๊ะทานข้าว ดูวันที่ทำงานเสร็จ (ข้อดีคือทำดูได้ว่าความก้าวหน้าการทำงานไปในระดับไหน)
•สำรวจผู้คนที่เกี่ยวข้องในชีวิตของคุณและดูสิ่งที่เป็นข้อจำกัดของวินัยในตนเองและนิสัยที่ช่วยให้บรรลุความสำเร็จ ขอคำแนะนำเกี่ยวกับงาน หรืออะไรที่ไม่เกี่ยวข้อง

Motivating Yourself (การสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง)

Motivating yourself: http://www.studygs.net/motivation.htm (1-6)

หลักการสร้างแรงจูงใจให้ตนเองมีดังนี้
•พยายามรำลึกอยู่เสมอว่าต้องการทราบ/รู้อะไร
•มีความรับผิดชอบในการเรียน
•ยอมรับในความเสี่ยงที่มีในการเรียนกับความเชื่อมั่น ความสามารถ ตนเอง
•จำไว้ว่าความล้มเหลวคือความสำเร็จ เรียนรู้จากความผิดพลาดคือสิ่งที่ดี
•ฉลองให้กับความสำเร็จของตนเองเมื่อทำงานเสร็จ

Defining the project (การกำหนดเรื่อง /Project)
1.สิ่งที่ต้องการจะศึกษาอย่างย่อ ๆ และได้ใจความ อย่าเขียนสิ่งที่ยากเกินไปเกินความสามารถ เขียนให้ครอบคลุมอย่างมากไปถึง 2 เดือน
2.ระบุ 3 เหตุผล ที่อยากศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ติดไว้ที่ผนังห้องหรือเก็บไว้ในสมุดบันทึก สิ่งที่ได้พบคุณจะ
-พยายามมากขึ้น
-ลองวิธีใหม่หากทำแล้วไม่ได้ผล
-ทำต่อไปเรื่อย ๆ
-ศึกษาอย่างลึกซึ้งลงไปอีก
แรงจูงใจเดิมที่มีคือแรงจูงใจของคุณและรวมถึงเป้าหมายของคุณ คุณค่า และความสนใจของคุณ นี่คือสิ่งที่คุณจะได้ทำต่อไป ตัวอย่าง
-ฉันอยากเรียนรู้สิ่งที่สามารถสื่อสารกับเพื่อนได้เร็วขึ้น
-ฉันอยากเรียนรู้เกี่ยวกับทวีปอาฟริกาเพื่อรู้ประวัติศาสตร์ครอบครัวของฉัน
-ฉันอยากทำงานและเรียนรู้เกี่ยวกับสกีเพื่อเล่นสกีให้เก่งขึ้น
-ฉันอยากเรียนอุตสหกรรมงานไม้เพื่อทำตู้เครื่องเสียงของฉันเอง

3.Extrinsic value ระบุ 3 เหตุผลที่บางคนต้องการให้คุณศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่าแปะแผ่นนี้บนผนังแต่ให้เก็บไว้แล้วค่อยเอาออกมาทีหลัง หรือวางมันไว้ในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก
บางครั้งแรงจูงใจอื่น ๆ มาจากภายนอกแต่ไม่มีความสำคัญเท่ากับแรงจูงใจของตนเอง มันรวมถึงเป้าหมาย คุณค่า และความสนใจของคนอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อคุณ คุณเรียนรู้วิธีที่จะหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ได้รับรางวัล หรือชื่นชมบางคน ตัวอย่าง
ฉันเรียนรู้วันเวลาเพื่อให้ผ่านการสอบวิชาประวัติศาสตร์
ฉันเรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อแค่ให้ได้เข้าทำงาน
ฉันเรียนรู้หลักการเตะฟุตบอลเพื่อให้เป็นที่ชื่นชอบของครูฝึก
แรงจูงใจภายนอกไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เพียงแต่มันเป็นสิ่งไม่สำคัญเท่ากับแรงจูงใจของตัวเอง

4.การเลือกที่ปรึกษา
ผู้ใดเหมาะที่จะเป็นผู้ให้คำปรึกษา
•คนที่ไว้ใจได้
•เข้าใจเป้าหมาย/แรงจูงใจของคุณ
•เข้าใจ Project ของคุณ
•ติดตามสอบถามการทำงานของคุณเป็นระยะ ๆ
•ไม่ใช่ทดสอบการทำงานของคุณ
•ให้การสนับสนุนคุณไม่ใช่คอยตัดสินคุณ
•สามารถให้คำแนะนำหลากหลายวิธีเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
•ทำการติดต่อถึงคุณหากคุณหลีกเลี่ยงเขาหรือไม่ยอมทำ Project

การติดต่อสื่อสาร
-How (อย่างไร)? ไปพบด้วยตัวเอง โทรศัพท์ หรือ e-mail
-When (เมื่อไหร่)?
-How often (บ่อยแค่ไหน)? เจออย่างน้อย 3 ครั้ง (เริ่มทำ, ตอนกลาง และขั้นสรุป)
-Where (ที่ไหน)?

5.Developing the project การพฒนา Project
•มีลำดับขั้นการเรียนรู้หรือไม่ (บทอ่าน แนวคิด ทักษะ ระดับ เป็นต้น)
•จะใช้เวลาในการทำ Project นี้นานแค่ไหน (ระบุเป็นตารางชั่วโมง สัปดาห์)
•ใครคือผู้ให้คำปรึกษา (บรรนารักษ์ ครู อาจารย์ ผู้รู้อื่น ๆ เป็นต้น)
•แหล่งข้อมูลคือ หนังสือ บรรณานุกรม คู่มือ สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เว็บไซด์ เป็นต้น
•ทดสอบสิ่งที่ได้เรียนรู้ โดย การทดสอบ รายงาน ผลการเรียน เสียงสะท้อนจากเพื่อน ๆ หรือครู จำนวนหน้าที่ได้อ่าน หรืองานที่ทำเสร็จ เป็นต้น
•บันทึกความคืบหน้าของงานเป็นวัน สัปดาห์ เดือนที่ทำงานชิ้นนั้นเสร็จ
•รางวัลที่ให้กับความสำเร็จในการทำงานต้องสอดคล้องกับความก้าวหน้า ระดับความยากง่ายของชิ้นงาน
•เมื่องานไม่สำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้จะไปที่ไหน

6.Monitoring Progress เมื่อคุณได้เรียนรู้ คุณจำเป็นต้องทำสัญลักษณ์ไว้เพื่อบอกการก้าวหน้าในงานของคุณ
•อะไรคือขั้นตอนการเรียนรู้ เป็น บทเรียน แนวคิด และอะไรที่เป็นลำดับขั้นตอน เหล่านี้เป็นจุดหมายย่อย ๆ หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ควรบันทึกไว้ด้วย
•ได้พัฒนาทักษะอะไรจากการเรียนรู้ครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ในการเรียนอื่น ๆ ได้หรือไม่ และจะจำได้หรือไม่
•อะไรที่ทำไม่สำเร็จ จำเป็นต้องย้อนกลับไปทำโดยใช้วิธีอื่นอีกหรือไม่
•มีอะไรบ้างที่ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่ งานเหล่านั้นอาจจะรวมถึงความไม่เหมาะสมกันเพราะว่าพวกมันกระตุ้นความอยกรู้อยากเห็น
•จะให้รางวัลกับตัวเองอย่างไรเมื่อทำงานสำเร็จ
•ฉันได้คิดด้านบวกในเป้าหมายในใจ อย่าหลีกหนีปัญหา